ในโลกที่มนุษย์มองเห็นด้วยตาและได้ยินด้วยหู แต่น้อยคนนักจะให้ความสำคัญกับประสาทสัมผัสแห่งกลิ่น 'น้ำหอมมนุษย์' (Perfume: The Story of a Murderer) คือภาพยนตร์ที่กล้าพาเราดำดิ่งสู่โลกที่เต็มไปด้วยกลิ่น ผ่านตัวละครเอกที่มีพรสวรรค์เหนือธรรมชาติ แต่กลับใช้มันในทางที่ผิดเพี้ยน หนังเรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวของฆาตกรต่อเนื่อง แต่เป็นการสำรวจจิตใจมนุษย์ที่โหยหาความรักและความเป็นอมตะผ่านกลิ่นหอม
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ฌอง-แบปตีสต์ เกรอนูย (รับบทโดย เบน วิชอว์) เกิดมาในตลาดปลาที่สกปรกของกรุงปารีสในศตวรรษที่ 18 เขามีพรสวรรค์พิเศษในการรับรู้กลิ่นทุกอย่างรอบตัว ตั้งแต่กลิ่นเหม็นของถนนจนถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ แต่สิ่งที่เขาหลงใหลที่สุดคือกลิ่นกายของหญิงสาว ซึ่งดูเหมือนจะนำพาเขาไปสู่ความสมบูรณ์แบบของน้ำหอม ในระหว่างการเดินทางเพื่อค้นหาสูตรน้ำหอมที่สมบูรณ์แบบ เกรอนูยได้เรียนรู้ศาสตร์การปรุงน้ำหอมจากจูเซปเป บัลดินี (รับบทโดย ดัสติน ฮอฟแมน) และเริ่มทดลองสร้างกลิ่นหอมด้วยวิธีที่โหดร้าย นั่นคือการสังหารหญิงสาวเพื่อเก็บกลิ่นกายของพวกเธอ การฆาตกรรมต่อเนื่องทำให้เมืองปารีสหวาดกลัว และผู้พิพากษา (รับบทโดย อลัน ริคแมน) ต้องปกป้องลูกสาวของตนจากชายผู้มีประสาทรับกลิ่นเหนือมนุษย์
งานการแสดงและตัวละคร
เบน วิชอว์ ถ่ายทอดตัวละครเกรอนูยได้อย่างน่าขนลุกและน่าสงสารในเวลาเดียวกัน เขาใช้ภาษากายและการแสดงออกทางสีหน้าที่น้อยนิดเพื่อสื่อถึงความแปลกแยกของตัวละครที่มองโลกผ่านจมูกเท่านั้น การไม่พูดมากของเกรอนูยทำให้การแสดงของวิชอว์ต้องสื่อสารผ่านสายตาและท่าทาง ซึ่งเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม อลัน ริคแมน ในบทริชิส พ่อที่หวงลูกสาว แสดงถึงความกลัวและความมุ่งมั่นปกป้องครอบครัวได้อย่างเข้มข้น ดัสติน ฮอฟแมน ในบทบัลดินีเป็นตัวละครที่มีสีสันและเพิ่มอารมณ์ขันให้กับเรื่อง อย่างไรก็ตาม บทของตัวละครหญิงส่วนใหญ่ถูกเขียนให้เป็นเพียงวัตถุแห่งความปรารถนา ซึ่งอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายใจ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ทอม ทีคเวอร์ ผู้กำกับชาวเยอรมัน สร้างภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดทางประสาทสัมผัส กล้องพาเราไปสัมผัสกับกลิ่นต่างๆ ผ่านภาพที่สวยงามและน่าขยะแขยงสลับกันไป ตั้งแต่ตลาดปลาที่สกปรกไปจนถึงสวนดอกไม้ที่สวยงาม ทีคเวอร์ใช้เทคนิคการซูมเข้าหาภาพและการเคลื่อนกล้องอย่างช้าๆ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกถึงกลิ่นนั้น งานภาพโดยแฟรงก์ กรีบี ถ่ายทอดบรรยากาศของฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 ได้อย่างสมจริงและสวยงาม ดนตรีประกอบโดยเรย์โนลด์ ไฮล์ และจอห์นนี คลีมเมก สร้างบรรยากาศทั้งที่ลึกลับ น่าขนลุก และไพเราะ ช่วยเสริมอารมณ์ของหนังได้อย่างดี โดยเฉพาะในฉากสำคัญที่เกรอนูยสร้างน้ำหอมกลิ่นแรก
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
'น้ำหอมมนุษย์' เป็นภาพยนตร์ที่กล้าตั้งคำถามเกี่ยวกับธรรมชาติของความงามและความต้องการครอบครอง เกรอนูยคือตัวแทนของมนุษย์ที่โหยหาความเป็นอมตะผ่านสิ่งที่สวยงาม แต่กลับสูญเสียความเป็นมนุษย์ในกระบวนการนั้น หนังสะท้อนให้เห็นถึงความหมกมุ่นของสังคมที่มีต่อกลิ่นหอมและรูปลักษณ์ภายนอก จนบางครั้งเราลืมมองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของชีวิต นอกจากนี้ การที่เกรอนูยไม่เคยถูกปฏิเสธโดยตรง แต่กลับเลือกใช้ความรุนแรงเพื่อให้ได้มาซึ่งความรัก ยังเป็นประเด็นที่ชวนขบคิดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพรสวรรค์กับศีลธรรม แม้หนังจะเต็มไปด้วยความมืดหม่น แต่ก็มีช่วงเวลาที่สวยงามและน่าประทับใจ โดยเฉพาะฉากจบที่เผยให้เห็นถึงผลลัพธ์อันน่าเหลือเชื่อของน้ำหอมที่สมบูรณ์แบบ
สรุป
<p>'น้ำหอมมนุษย์' เป็นภาพยนตร์ที่ท้าทายและไม่เหมือนใคร สำหรับผู้ที่ชื่นชอบหนังแนวสืบสวนสอบสวนที่มีชั้นเชิงทางศิลปะ และไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับด้านมืดของมนุษย์ หนังเหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่ชอบเนื้อหาเข้มข้นและสุนทรียภาพทางภาพ ถึงแม้จะมีข้อบกพร่องบางประการ แต่โดยรวมแล้วเป็นผลงานที่น่าจดจำและควรค่าแก่การรับชม</p>
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +งานสร้างและภาพสวยงามสมจริง สื่อถึงกลิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- +การแสดงของเบน วิชอว์ ที่น่าหลงใหลและน่าขนลุก
- +ดนตรีประกอบที่เข้ากับบรรยากาศและช่วยเสริมอารมณ์
- +เนื้อเรื่องลึกลับและน่าติดตาม ถึงแม้จะรู้ที่มาที่ไปของฆาตกร
👎 จุดด้อย
- −ความรุนแรงและการฆาตกรรมอาจไม่เหมาะกับผู้ชมที่ sensitive
- −ตัวละครหญิงถูกใช้เป็นวัตถุ ไม่มีมิติที่ลึกซึ้ง
- −บางช่วงของหนังดำเนินเรื่องช้าและอาจยืดเยื้อเกินไป
- −การเน้นไปที่ประสาทสัมผัสด้านกลิ่นอาจทำให้บางคนรู้สึกไม่คุ้นชิน
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ใช่ ภาพยนตร์ดัดแปลงจากนวนิยายชื่อดังของแพทริค ซัสคินด์ ที่ตีพิมพ์ในปี 1985
หนังมีความรุนายและฉากฆาตกรรมที่โหดร้ายบ้าง แต่ไม่เน้นเลือดสาด เน้นบรรยากาศและจิตวิทยา เหมาะสำหรับผู้ชมที่ชอบหนังแนวสืบสวนสอบสวนและระทึกขวัญ
มีเพียงภาคเดียวเท่านั้น จบสมบูรณ์ในตัว ไม่มีภาคต่อ
ไม่ใช่ เพลงในหนังเป็นของนักร้องคนอื่น เบน วิชอว์ แสดงเป็นตัวละครที่แทบไม่พูดเลย ไม่ได้ร้องเพลง